ฝังเข็มรักษาสิว

ฝังเข็มรักษาสิว

ฝังเข็มรักษาสิว เชียงใหม่

การรักษาสิวทางแพทย์แผนจีน

          จากการวินิจฉัยตามหลักศาสตร์แพทย์แผนจีนนั้น สิวเกิดจากมีความร้อนไปอุดตันในเส้นลมปราณ ก็คืออวัยวะภายในร่างกายทั้ง 5 อันได้แก่ หัวใจ ตับ ปอด ไต กระเพาะอาหาร ไอพิษร้อนจะสะสมและผลักดันพิษร้อนขึ้นสู่ผิวหน้า จนเกิดเป็นสิว

 

มุมมองเรื่องของสิวของแพทย์แผนจีน

 

1.สิวจากปอดร้อน สิวจะเม็ดเล็กสีแดง เวลาบีบมีสีขาวหรือมีน้ำเหมือนน้ำมันออกมา ผื่นสิวขึ้นอยู่รอบๆจมูก หรือขึ้นที่หน้าผากจะมีหัวสีดำ คันเล็กน้อย มักจะมีอาการปากคอและจมูกแห้ง ถ่ายแข็ง ร่วมด้วย การรักษาจึงต้องลดร้อนปอด ฝังเข็มตามเส้นลมปราณปอด

 

2.สิวจากกระเพาะร้อน ตุ่มสิวนูนขึ้นกระจายตามใบหน้า บีบมีน้ำสีขาวหรือหัวสีดำ ตุ่มสิวขึ้นรอบปาก อาจขึ้นที่หลังและหน้าอก หน้ามันมาก รูขุมขนกว้าง มักมีอาการกินจุ ปากเหม็น คอแห้ง คนที่เป็นสิวชนิดนี้จึงไม่ควรกินอาหารรสจัด อาหารทอด ปิ้งย่างมากเกินไป ต้องให้กินยาลดร้อนกระเพาะอาหาร และฝังเข็มลดร้อนกระเพาะ

 

3.สิวจากเลือดร้อน ตุ่มสิวขึ้นบริเวณแก้มทั้งสองข้าง สีแดงเท่าเมล็ดข้าว ผิวหน้ามองเห็นเส้นเลือดฝอยเล็ก พอเจออากาศร้อนหรืออารมณ์ปรวนแปรหน้าจะยิ่งแดง ใบหน้าร้อนผ่าว ก่อนหรือหลังมีรอบเดือนจะขึ้นมากกว่าปกติ ท้องผูก ปัสสาวะสีเข้ม ต้องให้กินยาลดเลือดร้อน

 

4.สิวจากพิษร้อน  สิวเม็ดเท่าเมล็ดข้าวกระจายอยู่ทั่วใบหน้า ตรงยอดแหลมของเม็ดสิวจะมีหนอง รอบๆ ตุ่มสิวมีสีแดง เจ็บ หนองที่นั่นยุบที่นี่โผล่ไม่หายสักที พอหนองหายจะบุ๋มเป็นหลุม หรือมีก้อนแข็งเล็กๆ ผิวหนังบริเวณหน้าอกและหลังก็เป็นเช่นกัน ถ่ายแข็ง ปัสสาวะสีเข้ม ต้องให้ยาดับร้อนถอนพิษ

 

5.สิวจากพิษร้อนชื้นเลือดคั่งนอกจากมีสิวเม็ดใหญ่ตามหน้าอกและแผ่นหลังแล้ว ยังมีถุงน้ำหรือเม็ดขนาดใหญ่เล็กไม่เท่ากัน ทำให้ผิวหน้าตะปุ่มตะป่ำ ไม่เรียบเนียน หนักกว่านั้นคือสิวเป็นหนอง รอบสิวบวมแดงปวด และอาจมีอาการปวดศีรษะ ตัวร้อน ไม่สบายตัวร่วมด้วย หน้ามันมาก หน้าอกและแผ่นหลังก็เช่นเดียวกัน สิวชนิดนี้มักจะมีแผลเป็น ต้องให้ยาดับร้อนถอนพิษ กระจายเลือดคั่ง

 

6.สิวจากความชื้น ส่วนมากจะเกิดกับผู้ที่อายุ 30 กว่าขึ้นไป สาเหตุมาจากม้ามอ่อนแอ เกิดความชื้น สิวมักขึ้นบริเวณคาง เป็นสิวที่ค่อนข้างรักษายาก

 

ตำแหน่งสิว

          สิว ไม่ใช่แค่โรคทางผิวหนังเท่านั้น แต่สิวที่ขึ้นตามตำแหน่งต่างๆบนใบหน้า บ่งบอกภาวะผิดปกติภายในร่างกาย อารมณ์ และ โรคร้ายได้ จากการวิเคราะห์สภาพผิว Face Mapping ด้วยศาสตร์ตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในปรัชญาความคิดเบื้องต้นที่ว่า “ผิวหน้าสามารถบ่งบอกได้ถึงสุขภาพภายในร่างกายที่มีผลกระทบต่อผิวพรรณ” ทำให้เข้าใจได้ถึงสาเหตุการเกิดปัญหาสุขภาพผิว การวิเคราะห์สภาพผิวแบบ Face Mapping นั้น จะเป็นการวิเคราะห์สภาพผิวที่ละเอียดกว่า การวิเคราะห์ผิวโดยทั่วไป  โดยแบ่งส่วนใบหน้า  ลำคอ และแผ่นอก ออกเป็น 14 โซน

 

ตำแหน่งฝังเข็ม
 

โซนที่ 1 และโซนที่ 3     ถ้ามีปัญหาสิวบริเวณนี้ จะเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ดังนั้นอาจต้องดื่มน้ำมากขึ้นหรือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

 

โซนที่ 2     สิบริเวณหว่างคิ้ว เกี่ยวกับตับ อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส (ดื่มนมไม่ได้) การทานอาหารรสจัด หรือ ทานอาหารดึกเกินไป 

 

โซนที่ 4 และโซนที่ 10   ผิวบริเวณหูนี้ เป็นผลพวงของไต หากรู้สึกร้อนที่หู ต้องลดการรับประทานประเภทเนื้อสัตว์ลง

 

โซนที่ 5 และโซนที่ 9    บริเวณแก้มทั้งสองด้าน โดยแก้มส่วนบนจะเกี่ยวข้องกับไซนัสและปอด ส่วนแก้มส่วนล่าง จะเกี่ยวข้องกับเหงือกและฟัน สาเหตุอาจเป็นเพราะสูบบุหรี่จัด หรือ แพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง หรือ อาจใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้มอาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอดหรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็นๆ หายๆ ที่แก้มด้านล่างอาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน หรือ การใช้โทรศัพท์มือถือที่ไม่สะอาด

 

โซนที่ 6 และ โซนที่ 8    ตำแหน่งรอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง เกี่ยวข้องกับไต และปัญหาภูมิแพ้ สาเหตุมาจากเครื่องสำอางที่ใช้อยู่ อาจไม่เหมาะสม หรือใส่แว่นตาที่เสียดสีมาก รอยคล้ำอาจเกิดจากการมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก หรือ พักผ่อนน้อย เปลือกตา หากมีความระคายเคือง อาจมาจากการเป็นภูมิแพ้ หรือขาดสารอาหาร

 

โซนที่ 7   ผิวบริเวณจมูกและริมฝีปาก แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หากมีสิวบริเวณนี้อาจหมายถึงผลกระทบของการตั้งครรภ์ การมีประจำเดือน การรับประทานยาคุมกำเนิด

 

โซนที่ 11 และโซนที่ 13  หากผิวบริเวณนี้แตกระแหง สามารถบอกได้ว่ากำลังมีปัญหาของฟันกราม หรือ ปัญหาเกี่ยวกับฟัน

 

โซนที่ 12  สิวเรื่อรัง บริเวณคางนี้ สามารถบ่งบอกได้ว่ากำลังมีปัญหาเรื่องลำไส้เล็ก ที่มีผลจากการรับประทานของเผ็ด

 

โซนสุดท้ายโซนที่ 14  บริเวณลำคอ สิวบริเวณนี้แสดงว่าน่าจะกำลังมีความเครียดสูง

 

           การวิเคราะห์สภาพผิวหน้าตามตำแหน่งต่างๆนี้ ทำให้รู้ได้ถึงสุขภาพภายในร่างกาย สิว หรือ รอยโรคต่างๆที่ใบหน้า จึงไม่ใช่แค่ปัญหาที่ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงปัญหาสุขภาพของเราด้วย ดังนั้น การรักษาสิว หรือ ปัญหาด้านผิวหนัง จึงต้องควบคู่กับการดูแลบำรุงสุขภาพกายของเราด้วย  ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การนอนหลับพักผ่อน  การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และ ภาวะทางอารมณ์ โดยเฉพาะความเครียด

 

แนวความคิดการรักษาสิวฉบับแพทย์แผนจีน

          แนวความคิดของการรักษาสิวของคนจีนหรือหมอจีนนั้น เน้นไปที่การรักษาจากภายในร่างกายเป็นหลัก โดยมีความคิดที่ว่าหากเราสามารถทำให้ระบบภายในร่างกายทำงานประสานกันได้เป็นอย่างดี อวัยวะทุกส่วน เช่น ตับ ม้าม ไต กระเพาะอาหาร ระบบการไหลเวียนของเลือด ทำงานแบบไม่ติดขัด มีการทำงานประสานกันแบบราบรื่น ไม่มีของเสียหรือเมือกไปเกาะหรืออุดตันตามอวัยวะต่างๆ หากทำได้อย่างนี้แล้วก็จะช่วยให้ระบบภายนอกโดยเฉพาะในเรื่องของผิวพรรณ หรือการเกิดสิวนั้นน้อยลง หรืออาจหายไปเลยก็ได้

 

 

แนวทางการรักษาสิวแบบฉบับแพทย์แผนจีน(หมอจีน)

ด้วยเหตุผลดังกล่าว แพทย์แผนจีนจึงรักษาสิวจากการวินิจฉัยแบบแพทย์แผนจีน แนวทางการรักษามี 3 แบบ

 

1.ยาจีน สิวในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจจะให้ยาจีนซึ่งมีทั้งชนิดเม็ดและชนิดห่อ โดยอาจจะรับประทานควบคู่ไปกับการฝังเข็ม

 

2.การฝังเข็ม หลังจากแพทย์วินิจฉัยสาเหตุของการเป็นสิวแล้ว ก็จะฝังเข็มตามเส้นลมปราณที่มีปัญหา

 

3.การเจาะปล่อยเลือด ทางแพทย์แผนจีนมีการเจาะปล่อยเลือดบริเวณจุดฝังเข็มบนเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการระบายความร้อน หรือทำให้เลือดไหลเวียนที่บริเวณนั้นดีขึ้น ทำให้สิวยุบเร็วยิ่งขึ้น

 

ยาจีน

สรรพคุณ ยาจีน

 

          ปัญหาที่ทำให้เกิดสิวหลักๆตามแนวคิดของหมอจีนนั้นก็คือ “ความร้อนภายในร่างกาย” ดังนั้นวิธีรักษาสิวนั้นก็จะเน้นไปที่การลดความร้อนที่เกิดขึ้น วิธีที่ลดความร้อนของอวัยวะภายในได้ดีก็คือ การดื่มยาสมุนไพร หรือยาจีนเข้าไป โดยจะมีให้เลือกหลายชนิด หลายแบบ ขึ้นอยู่กับอาการการเกิดสิวของแต่ละคนว่าเป็นสิวแบบไหน อวัยวะตรงไหนร้อน หมอจีนก็จะจัดยาสมุนไพรที่เหมาะสมกับเฉพาะคนนั้น ดังนั้นในคนที่เป็นสิว อาจจะได้รับยาจีนแต่ละขนานแตกต่างกัน

การฝังเข็ม

          การฝังเข็มนั้นสามารถรักษาโรคได้หลายโรค รวมถึงการฝังเข็มรักษาสิวด้วย การฝังเข็มนี้อาจจะฝังบริเวณใบหน้า รอบหัวสิว หรือตามแขนขาร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ว่าเกี่ยวข้องกับเส้นลมปราณใดบ้าง โดยทั่วไปจะฝังเข็มเป็นคอร์สต่อเนื่อง ประมาณ 10 ครั้ง ฝังเข็มสัปดาห์ละ1-2 ครั้ง

การเจาะปล่อยเลือด (BLOODING LETTING)

 

ฝังเข็มเจาะปล่อยเลือด เชียงใหม่

          การเจาะปล่อยเลือด ในมุมมองของแพทย์แผนจีน การปล่อยเลือดมีประโยชน์และสรรพคุณหลายด้าน คือ ช่วยการขับร้อนระบายพิษ ช่วยขับไฟ ขับพิษ ปรับการไหลเวียนเลือดและพลัง สลายก้อนเลือด กระจายการไหลเวียนเลือด ทะลวงเส้นลมปราณ แก้ปวด ลดบวม ขับร้อน หยุดอาการชัก ระบายความร้อนเปิดทวาร การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของผลการปล่อยเลือด คือ การศึกษาในผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บจากภายนอก มีอาการเจ็บปวดอักเสบ บวมตามแขนขาและลำตัว การปล่อยเลือดสามารถลดการหดเกร็งของหลอดเลือดฝอย ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดอาการบวม เลือดคั่ง ได้ชัดเจน ผู้ป่วยบางรายมีภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ดีพอ การปล่อยเลือดในการรักษาโรคสามารถเพิ่มการไหลเวียนในสมอง เพิ่มปริมาณและช่วยปรับการทำงานของหลอดเลือดให้ดีขึ้นได้ การปล่อยเลือดรักษาโรคเริม สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายได้ ช่วยลดไข้ ลดอักเสบ ลดความร้อนในร่างกาย เปลี่ยนแปลงลดหรือเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวให้สู่ภาวะปกติ กรณีมีการอักเสบ สิวก็เป็นโรคหนึ่งที่ใช้วิธีการเจาะปล่อยเลือด โดยแพทย์จะใช้เข็มสะอาดปลอดเชื้อ หรือเข็ม3แฉก เจาะไปที่ผิวหนัง ลึกลงไป0.2-0.3 มม. แล้วปล่อยให้เลือดไหลออกมาหรือใช้แก้วครอบเพื่อให้เลือดไหลออกได้ดีขึ้น เป็นการปรับสมดุลภายในร่างกายอีกวิธีหนึ่ง