PRP FACE REJUVENATION ฟื้นฟูผิวหน้า ระดับเซลล์ ด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น ของตัวเอง

กรกฎาคม 25, 2021
PRP FACE REJUVENATION ฟื้นฟูผิวหน้า ระดับเซลล์ ด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น ของตัวเอง
PRP ( Platelet Rich Plasma ) คือ เกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้นมากกว่าเกล็ดเลือดทั่วไป 3-4 เท่า เป็นเกล็ดเลือดที่ได้จากการปั่นเลือดด้วยเครื่อง Centrifuge ทำให้ได้ชั้นของพลาสม่าที่อุดมไปด้วยเกล็ดเลือด แยกออกจากชั้นของเม็ดเลือดแดง
PRP FACE REJUVENATION

เป็นวิธีการทางการแพทย์ โดยนำเกล็ดเลือดที่เรียกว่า PRP มาใช้ฉีดบริเวณผิวหน้า โดยจะมีส่วนผสมของ เกล็ดเลือด และสารโปรตีนอื่นๆ ซึ่งมีหน้าที่ในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ตามธรรมชาติ ซึ่งเรียกว่า PRP ซึ่งในPRPนี้จะหลั่งสารที่เรียกว่า Growth factor ที่ช่วยกระตุ้น Stem cells ที่อยู่ในกระแสเลือด ให้มาช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวหน้า กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินให้กลับมาแข็งแรง จึงช่วยลดปัญหาริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ เป็นเทคนิคที่ใช้เลือดตัวเอง จึงไม่เสี่ยงต่ออาการแพ้ แต่ต้องทำภายใต้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเป็นขั้นตอนที่ปลอดเชื้อ จึงจะปลอดภัยที่สุด

การทำ PRP ช่วยอะไรบ้าง?

  1. ลดริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวหน้า อย่างเป็นธรรมชาติ PRP จะช่วยกระตุ้นเซลล์สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่นได้ดีขึ้น
  2.  ลดรอยแผลเป็นจากหลุมสิว กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ จึงช่วยทำให้แผลเป็นตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น
  3.  รักษาฝ้า รอยด่างดำ ให้จางลง เนื่องจาก PRP ช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง จึงทำให้ฝ้ากระจางลงได้
  4. ผิวกระจ่างใส สามารถทำ PRP ได้ทั้งชายและหญิง ปลอดภัย ไม่เกิดอาการแพ้
ต้องทำ PRP HAIR THERAPY กี่ครั้ง

  1. ปกติ แพทย์จะแนะนำให้ทำ 3 ครั้งขึ้นไป แล้วแต่ลักษณะผิวหน้าและปัญหาของแต่ละคน
  2. ควรทำPRP ทุก 2-4 สัปดาห์ แล้วแต่ความเหมาะสม
  3. แนะนำให้ทำซ้ำทุก 2-3 เดือน เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์เป็นระยะๆ ช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเตรียมตัวก่อน-หลังทำ PRP HAIR THERAPY

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ
  2. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและหลังทำ PR
  3. ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันเลือดข้น หนืดจนเกินไป
  4. ห้ามรับประทานยาต้านการอักเสบและการแข็งตัวของเลือดในกลุ่ม ASA หรือ NSIAD ก่อนทำ2-3 วัน
ข้อห้ามในการทำ PRP FACE REJUVENATION

  1. สตรีมีครรภ์
  2. มีการอักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณผิวหน้า
  3. ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือ เลือดหยุดยาก หรือ ได้รับยาละลายลิ่มเลือด
  4. ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ HIV
  5. ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดทุกชนิด โรคภูมิแพ้ตัวเอง
  6. ผู้ที่มีปัญหาต่อมธัยรอยด์
*** ผลในการรักษา PRP FACE REJUVENATION  แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ***